รีวิว Maidreamin ดินแดนแห่งความฝัน

วันนี้ได้มีโอกาสไปคุยงานกับลูกค้าที่เกตเวย์เอกมัย
พร้อมกับนัดทีม programmer ของเราไปประชุมงานและพักผ่อนกัน
เนื่องจากเราต้องการที่นั่งเพื่อใช้คุยกันเองและคุยกับลูกค้า
เราจึงต้องร้านที่บรรยากาศสบายๆ และมีปลั๊กไฟให้ใช้ถ้าเป็นไปได้
ดังนั้นทางเลือกเดียวของเราจึงไปตกอยู่ที่ร้าน Maidreamin
ซึ่งเป็นเมดคาเฟ่บรรยากาศสบ๊ายสบายอย่างไม่มีเหตุผล… ห๊ะ !?

ขอบอกตามตรงครับว่า ที่ว่าคุยงานน่ะมันเป็นแค่ข้ออ้างครับ จริงๆ แล้วผมและทีมงานทั้งหมดอยากไปลองเป็นนายท่านในเมดคาเฟ่ดูบ้างต่างหากล่ะ 5555

ดังนั้นหลังจากนัดพบกันที่เกต์เวย์เอกมัยแล้วเราก็รีบเดินตรงดิ่งเข้าไปในร้าน Maidreamin ทันที

292745_113096315518509_821676892_n

ร้าน Maidreamin เป็นเมดคาเฟ่ (Maid Cafe) แห่งแรกที่มาเปิดสาขาในประเทศไทย โดยมีสาขาที่ญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก (มีที่ USA ด้วยนะ) ซึ่งเขาเคลมว่าเป็นเมดคาเฟ่อันดับหนึ่งของที่ญี่ปุ่นเลยทีเดียวล่ะ !!

เมื่อเข้ามาในบริเวณร้านก็จะมีเมดสาวน่ารักคอยต้อนรับและเชิญ (ต้อน) เข้าสู่ร้าน พวกผมจึงจัดแจงเดินเข้าไปและหาที่นั่งอย่างรวดเร็ว (ก็คนมันเขิลอะ)

จากนั้นจะมีเมดน้อยน่ารักเข้ามาต้อนรับพร้อมกับจุดเทียน โดยบอกว่าหากเทียนถูกจุดแล้วเราจะกลายเป็นนายท่านทันที !! จากนั้นคุณเมดเมดก็จะมาร่ายมนต์พร้อมกับให้เราช่วยกันนับถอยหลัง ก่อนจะเป่า (จุด) เทียน (ที่มีอันเดียวใช้กันทุกโต๊ะ 555) เพื่อให้เราเดินทางเข้าไปอยู่ในโลกแห่งความฝัน แล้วจึงเริ่มอธิบายกฎ ข้อห้ามและเมนูอาหาร

โดยกฎจะมีคร่าวๆ ดังนี้

  1. ห้ามถ่ายภาพภายในร้าน แต่ถ่ายภาพอาหารได้ (ถ้าอยากถ่ายภาพกับเมด จะมีบริการเชะกิโดยสอบถามจากเมดได้เลยครับ)
  2. ห้ามกระทำการใดๆ รบกวนคนอื่น
  3. ห้ามสัมผัสตัวเมด
  4. ห้ามให้ของขวัญเมดเป็นการส่วนตัว
  5. ห้ามถามข้อมูลส่วนตัวเมด
  6. ห้ามชักชวนเมดไปทำงานหรือกิจกรรมอื่น
  7. รับบัตรเครดิตเมื่อยอดเกิน  1,000 บาทขึ้นไป

ผมจึงสรุปไปเองอย่างรวดเร็วว่ากฎหลักๆ ก็คือห้ามจีบเมดนั่นแหละ 555
จากนั้นคุณเมดจะเริ่มแนะนำเมนูและบริการต่างๆ ซึ่งคุณเมดที่มาบริการโต๊ะผมคือ คุณเมดเนี๊ยว เนี๊ยว ~ ครับ
แค่นั้นไม่พอ ยังบอกว่าถ้าจะรับอะไรเพิ่มให้เรียกคุณเมดว่า เนี๊ยว เนี๊ยว ~ พร้อมกับทำท่า เพื่อเรียกคุณเมดมารับ order ครับ

ด้วยความที่ผมกลัวจะถ่ายทอดความโมเอะไม่ได้ตามที่คุณเมดอธิบาย เลยถ่ายภาพมาให้อ่านกันเองครับ (รีบถ่ายไปหน่อยเลยไม่ค่อยชัดนะครับ)

IMG_0508 IMG_0509 IMG_0510 IMG_0511

หลักจากตัดสินใจกันอย่างหนักหน่วง… ไม่ใช่เรื่องจะกินอะไรดีนะครับ แต่เป็นเรื่องเตรียมใจทำท่าเหมียวๆ กันทั้งโต๊ะเพื่อเรียกคุณเมดมารับ order ต่างหากครับ
เมื่อเตรียมใจกันพร้อมแล้ว เอ้า 1… 2… 3… น.. เนี๊ยววววว.. ~!
/me ทำท่าแมวเหมียวอย่างพร้อมเพรี….. เพื่อนแม่งปล่อยให้ผมทำอยู่คนเดียวครับ -*-

และแน่นอนว่าเมนูที่ชายฉกรรจ์สี่คนอย่างผมจะเลือกสั่งมาทานก็คือ….

ไข่เจียวโมเอะขนาดจัมโบ้นั่นเอง (แน่นอนว่าเมนูมันไม่ได้ชื่อนี้หรอก แต่ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว)

IMG_0515

เมื่อสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว คุณเมดเมี๊ยวๆ ก็ประกาศทั่วร้านถึงการ order ของโต๊ะผม พร้อมกับให้พวกผมทำท่าตาม !?
ทุกคนในร้านหันพรึ่บ ! จ้องมองมาที่โต๊ะพวกผม… ชิบหายละ แค่ทำก็อายแล้ว นี่เล่นมองกันทั้งร้าน ตายดีกว่า

หลังจากที่พวกผมทำใจและยอมทำตามโดยดี ก็คุยงานกันต่อ ซักพักนึงคุณเมดก็ประกาศออก mic ว่า

“นายท่านโต๊ะไหนน๊า ที่สั่งเมนูนี้~ เอ๊ ~ โต๊ะไหนน๊าาาาา”

ผมจึงยกมือขึ้นเพื่อบอกให้คุณเมดรู้ว่าโต๊ะผมสั่งเองคร๊าบบบบ แต่คุณเมดก็ยังถามต่อไป… ในวินาทีนั้นเอง ผมก็รู้สึกได้ทันทีว่า ผมต้องทำไอท่าเมื่อกี้นี้ เพื่อบอกว่าโต๊ะผมสั่ง ก็เลยมองหน้าเพื่อน ก่อนจะพร้อมใจกัน…. “เนี๊ยววววว ~” จากนั้นคุณเมดก็มาเสริฟพร้อมกับใช้ซอสวาดรูปลงบนไข่และให้คุณเมดแทบทั้งร้านมาร่ายมนต์เพิ่มความอร่อย !? กับโต๊ะพวกผมโต๊ะเดียว !!?

โมเอะ โมเอะ บีมมมมมมมม ~!

บอกตรงๆ ว่าพวกผมตกใจและเขิลมาก คือเห็นโต๊ะอื่นสั่งกินกันก็มีคุณเมดแค่คนเดียวมาร่ายมนต์ แต่ทำไมผมสั่งแล้วร่ายกันทั้งร้านเลยฟระ แถมชวนลูกค้าคนอื่นมาช่วยกันร่ายอีก

จึงคิดไปเองว่าหากสั่งจัมโบ้จะได้รับการร่ายมนต์เพิ่มความอร่อยจากคุณเมดและสายตาจ้องมองจากลูกค้าทั้งร้าน (จริงๆ ผมจำ event อย่างละเอียดไม่ค่อยได้ เนื่องจากคุยงานกันอยู่)

ส่วนเรื่องเครื่องดื่ม จริงๆ แล้วผมไม่อยากกินน้ำเปล่าเลยนะ แต่พอเค้าเขียนชื่อเมนูว่า “โมเอะ วอเตอร์ (Moe Water)” เท่านั้นแหละ สั่งแบบไม่คิดเลย

ภาพ Moe Water (ผมเก็บ Moe Bottle กลับบ้านมาด้วยล่ะ 555)

IMG_0512 IMG_0513

เมื่อกินอาหารกันอิ่มก็เริ่มหาของหวานกินกัน ซึ่งผมไปบรรจบกับ Love Reamin Float (ชื่อนี้มั้ง ?) ซึ่งเป็น random drink ก็คือจะไม่รู้ว่าจะได้เครื่องดื่มอะไร หรือ ice-cream รสอะไร

IMG_0518

แน่นอนว่าคุณเมดเขาก็มาร่ายมนต์อีกตามเคย แต่รอบนี้เป็นคุณเมดอีกคน
“โมเอะ โมเอะ kyunnnnn~” (จนไอติมละลายอะ)

โดยผมได้เป็นน้ำองุ่น (มั้ง ?) และ ice-cream strawberry ซึ่งเริ่มละลายจนผมดูไม่ค่อยออกว่ามันเป็นตัวอะไร น่าจะเป็นกระต่าย ?

และระหว่างที่ผมและผองเพื่อนกำลังกินของหวานกันอยู่นั้น ก็มีคุณเมดคนนึงเดินไปปิดประตูร้าน !!?

ก่อนที่ผมจะเริ่มงงไปมากกว่านี้ Koko-san เมดสาวสุดน่ารักที่ถูก import มาจากเมืองนอก (ซึ่งน่ารักมว๊ากกกกกกกกก ถึงจะพูดไทยไม่ค่อยชัดแต่โมเอะเวอร์) ก็เริ่มเปิดการแสดง live show ของเหล่าเมดในร้าน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีของผมอันใด ที่ทำให้ Koko-san มาเต้นหน้าโต๊ะผมพอดิบพอดี !!  แถมเต้นเก่งเวอร์ !!(Koko-san บันซายยยยยยยย)

เมื่อการแสดงจบ พวกผมจึงขอถ่ายรูป (เชะกิ) กับคุณเมด ซึ่งคุณเมดทุกคนก็ใจดี มายืนให้ผมถ่ายทั้งร้านเลย (ผลจากสั่งอาหารจานจัมโบ้อีกแล้วครับท่าน 555)

เข้าใจว่าถ้าสั่งอาหารจานปกติ จะถ่ายรูปคู่กับเมดได้คนเดียวรึเปล่า ? (อันนี้ผมเดาเอาเองนะครับ)

IMG_0521

ขอเซนเซอร์หน้าตัวเองและพรรคพวกไว้หน่อยเนอะ

IMG_0520 IMG_0523

ซ้าย: บัตร passport เข้าดินแดนแห่งความฝัน
ขวา: Moe water แต่ละขวดจะถูกเขียนใหม่โดยคุณเมดทุกขวด

ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่ามีบัตรของผมใบเดียวที่เขียนว่า sama ส่วนของเพื่อนผมถูกเขียนว่า san หมด อันนี้ไม่รู้คุณเมดเค้าเขียนผิดหรือจงใจ ?

โดยรวมแล้วรสชาติอาหารใช้ได้ เครื่องดื่มและ ice-cream อร่อยดี ที่นั่งสบายแถมมีปลั๊กไฟให้ใช้งานแยกแต่ละโต๊ะเลย ถูกใจมากๆ

ความโมเอะและบริการเกินร้อยจนเขิลม้วนไปหลายตลบ โดยเฉพาะ Koko-san เขาเต้นพริ้วมากๆ เต็ม 10 ให้ 1000 คะแนนเลย

หลังจากพวกผมใช้เวลาอยู่ในดินแดนแห่งความฝันจนเพลินก็ครบกำหนดเวลา คือจริงๆ ผมสามารถนั่งอยู่ในร้านได้ถึง 19:40 ตามกำหนดเวลาของทางร้าน แต่พวกผมอยากอยู่คุยงานต่อจนร้านปิด (สองทุ่ม) จึงขอต่อเวลา โดยทางร้านก็ใจดีลดราคาค่าต่อเวลาให้เหลือ 100 บาทเนื่องจากร้านใกล้ปิดแล้ว

เมื่อพวกผมออกจากดินแดนแห่งความฝันมาสู่โลกแห่งความจริง ก็มาพบกับความจริงอันน่าตกใจจากการเดินทางเข้าไปในดินแดนแห่งความฝันครับ 555

IMG_0525

ขอสรุปว่า

  • อาหารและเครื่องดื่ม 8/10
  • บรรยากาศ 10/10
  • ปลั๊กไฟ 10/10
  • ความโมเอะ 10/10
  • Koko-san 1000000000000/10 บันซายยยยยยยยย
  • ความคุ้มค่า -> Koko-san คนเดียวก็คุ้มแล้วครับ 5555

ผมเลยตั้งใจไว้แล้วว่าจะใช้เป็นที่ Meeting คุยงานในทีมผมเป็นประจำเนื่องจากมีปลั๊กไฟให้ใช้ (จะอัพเกรดจนได้บัตร VIP ให้ได้คอยดู)

สุดท้ายนี้ อยากให้ได้ไปลอง Maidreamin กันครับ ของเขาแหล่มจริงๆ = =b

533363_160028904158583_1831570482_n

ปล. Koko-san บันซายยยยยยย ><b
ปล. 2 บางอย่างผมไม่ได้เขียนไว้ เพราะไม่อยากสปอยมากครับ

 

ชี้แจงเรื่อง Giantic Omelette Rice หรือข้าวไข่เจียวโมเอะจัมโบ้ 699 บาท

ไข่เจียวโมเอะจัมโบ้ 699 เนี่ยเป็นข้าวผัดซอส ห่อไข่ omelette
ไม่ใช่ข้าวสวยธรรมดาโปะไข่เจียวนะครับ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดกัน อีกทั้งเมนูนี้ยังรวม
+ เป็นจานใหญ่ระดับ 3 คนทาน
+ ถ่ายรูปกับเมดทั้งร้าน 1 รูป (ชิเกะ)
+ ได้เวลานั่งเพิ่ม 30 นาที
+ maid service ที่เยอะกว่าจานปกติมากกกกกก

ไม่ได้เป็นค่าอาหารอย่างเดียวครับ ถ้าไปแล้วหารกันผมคิดว่าก็โอเคอยู่ครับ

ค่าบริการเวลาเข้าไปจะมีค่านั่งชั่วโมงละ 50/คน (star seat ชั้นสอง 100/คน)
และต้องสั่งคนละ 1 order ครับ ซึ่งผมถามคุณเมดแล้วได้คำตอบว่า
เครื่องดื่มอะไรก็ตามที่ไม่ใช่ moe water นับเป็น 1 order หมด
และบังเอิญว่าตอนผมไปมีโปรโมชั่น ฟรี 1 ชั่วโมงแรก (ไม่รู้ตอนนี้ยังจะฟรีอยู่มั้ย)

ดังนั้นเข้าไปสั่ง 699 1 จาน และเครื่องดื่ม 69 คนละแก้ว
สมมติว่าไปกัน 4 คนจะได้ราคา 699 + 69 + 69 + 69 + 69 = 975 บาท
+ service charge 10% = 1072.5 บาท
+ vat 7% = 1148 บาท
ตกคนละ 287 บาท

ราคาพอๆ กับไปกินร้านอื่นๆ ที่อิ่มพุงมากกว่า
ดังนั้นอยากอิ่มกายหรืออิ่มใจก็ต้องเลือกแล้วล่ะครับงานนี้ 555

One thought on “รีวิว Maidreamin ดินแดนแห่งความฝัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *